นโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด

 

บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด (“บริษัทฯ”) ได้จัดทำและเผยแพร่นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“นโยบาย”) เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าปัจจุบันและผู้ที่อาจเป็นลูกค้าในอนาคตของบริษัทฯ รวมถึงวิธีการในการปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและแนวทางการจัดการข้อมูลดังกล่าวอย่างเหมาะสมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

 

บริษัทฯ มีการพิจารณาทบทวนและอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ตามความเหมาะสมอยู่เป็นระยะเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม หากนโยบายนี้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบด้วยการเผยแพร่ผ่านช่องทางที่เหมาะสม

 

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม

 

1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร

 

ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

 

1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม

 

บริษัทฯ มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหลายประเภท รวมถึงข้อมูลดังต่อไปนี้

 

  • – ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน (Identity Data) เช่น ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวบัตรประชาชน เลขหนังสือเดินทาง หมายเลขใบอนุญาตขับรถ วัน เดือน ปีเกิด เพศ อายุ สัญชาติ สถานภาพการสมรส รูปถ่าย และในบางกรณีบริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เช่น ศาสนา หมู่เลือด โดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านหรือตามที่กฎหมายกำหนด
  • – ข้อมูลติดต่อ (Contact Data) เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล
  • – ข้อมูลติดต่อผ่านโซเชียลมีเดีย (Social Media Contact Data) เช่น LINE ID Facebook account
  • – ข้อมูลทางการเงินหรือข้อมูลการทำธุรกรรม (Transaction Data) เช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร ข้อมูลการทำธุรกรรมผ่านสินค้าหรือบริการของบริษัทฯ
  • – ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ เช่น หมายเลขป้ายทะเบียนรถยนต์ หมายเลขเครื่องยนต์ หมายเลขตัวถังรถ
  • – ข้อมูลการติดต่อกับบริษัทฯ (Communication Data) เช่น ข้อมูลการบันทึกภาพหรือเสียงเมื่อมีการติดต่อกับบริษัทฯ
  • – ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้ง เช่น ข้อมูล IP address

 

1.3 แหล่งที่มาของข้อมูล

 

บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งต่างๆ ได้แก่

  • (ก) ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง เช่น
  • – เมื่อท่านติดต่อสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลสินค้า หรือบริการกับเรา
  • – ขั้นตอนคำขอซื้อสินค้า ใช้บริการหรือดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา ลงนามในสัญญา กรอกลงในแบบฟอร์ม ทำแบบสอบถาม ลงทะเบียนต่าง ๆ หรือขั้นตอนการยื่นข้อเรียกร้องหรือคำร้องขอใช้สิทธิต่าง ๆ
  • – การติดต่อบริษัทฯ ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เช่น ทางโทรศัพท์ อีเมล LINE Facebook Messenger เป็นต้น
  • – ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทฯ เช่น การบันทึกภาพนิ่ง หรือวิดีโอ
  • – บริษัทฯ อาจมีการจัดเก็บข้อมูลโดยอัตโนมัติ เช่น เมื่อท่านเข้าใช้งานเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัทฯ เป็นต้น
  • (ข) ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น
  • – ลูกค้าของบริษัทฯ ตัวแทนหรือผู้ให้บริการของบริษัทฯ
  • – บริษัทในกลุ่มบริษัทฯ หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ
  • – หน่วยงานราชการ หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่น ๆ เช่น เว็บไซต์ของบริษัท ข้อมูลที่ค้นหาได้ทางอินเตอร์เน็ต หรือบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น Facebook เป็นต้น

 

2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

 

บริษัทฯ ดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการโดยขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทฯ ดังต่อไปนี้

 

    1. 2.1 เพื่อพิจารณาอนุมัติคำขอหรือการดำเนินการตามคำขอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของบริษัทฯ เช่น การติดต่อบริษัทฯ เพื่อสอบถามข้อมูลเพื่อซื้อรถ การทดลองขับรถ การจองรถ การให้บริการตรวจสภาพหรือซ่อมบำรุงรถยนต์ เป็นต้น
    2. 2.2 เพื่อเข้าทำสัญญา ปฏิบัติตามสัญญา และตรวจสอบการปฎิบัติงานตามสัญญาระหว่างท่านกับบริษัทฯ การนัดหมายเพื่อตรวจสภาพหรือซ่อมบำรุง การลงทะเบียนให้บริการที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การชำระเงิน การรับหรือส่งข้อมูลและเอกสารติดต่อระหว่างท่านกับบริษัทฯ และการปฏิบัติตามกระบวนการภายในของบริษัทฯ
    3. 2.3 เพื่อยืนยันการแสดงตัวตน (verify identity) ก่อนการให้บริการแก่ท่าน
    4. 2.4 เพื่อดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับการประกันภัย
    5. 2.5 เพื่อการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าของบริษัทฯ เช่น การติดต่อประสานงานในการสอบถามข้อมูลต่าง ๆ การจัดการข้อร้องเรียน การเสนอสิทธิประโยชน์รวมถึงการเจ้งเตือนต่าง ๆ โดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางการตลาด
    6. 2.6 เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ สิทธิประโยชน์ รายการส่งเสริมการขายต่าง ๆ กิจกรรมทางการตลาด การเชิญชวนเข้าร่วมงานกิจกรรม และนำเสนอสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ของบริษัทฯ รวมถึงสินค้าที่บริษัทฯ เป็นผู้แทนจำหน่าย เช่น สินค้าและบริการภายใต้แบรนด์ MMS-Bosch Car Service
    7. 2.7 เพื่อการลงทะเบียนเข้าร่วมงานกิจกรรม แคมเปญ ข้อเสนอ รายการส่งเสริมการขาย ลงทะเบียนรับของขวัญ หรือรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ
    8. 2.8 เพื่อสำรวจความพึงพอใจของท่านเกี่ยวกับสินค้าและบริการของบริษัทฯ และพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงสินค้าที่บริษัทฯเป็นผู้แทนจำหน่าย และวิเคราะห์ความสนใจของท่านและข้อมูลประวัติการซื้อสินค้าหรือการใช้บริการของบริษัทฯ และพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงสินค้าที่บริษัทฯ เป็นผู้แทนจำหน่าย เพื่อประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาสินค้า บริการ และรายการส่งเสริมการขายต่าง ๆ ของบริษัทฯ และพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงสินค้าที่บริษัทฯ เป็นผู้แทนจำหน่าย ให้เหมาะสมและตรงตามความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
    9. 2.9 เพื่อดำเนินการวางแผน การรายงาน และการคาดการณ์ทางธุรกิจ
    10. 2.10 เพื่อการบริหารความเสี่ยง การกำกับการตรวจสอบ และการบริหารจัดการภายในองค์กร เช่น เพื่อตรวจสอบและป้องกันการทุจริต
    11. 2.11 เพื่อการสืบสวน สอบสวน ตามกระบวนการทางกฎหมายและกฎระเบียบอื่นใด เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย และเพื่อรายงานหรือเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานราชการตามกฎหมาย เช่น กรมสรรพากร กรมการขนส่ง หรือเมื่อได้รับหมายเรียก หมายอายัดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานราชการ ศาล หรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ รวมทั้งเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
    12. 2.12 เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคาร และสถานที่ของบริษัทฯ รวมถึงการแลกบัตรก่อนเข้าบริเวณพื้นที่ดังกล่าวการบันทึกภาพผู้ที่มาติดต่อกับบริษัทฯ ณ อาคาร และสถานที่ของบริษัทฯ ด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV)
    13. 2.13 เพื่อการโอนสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ใด ๆ ตามสัญญาระหว่างท่านกับบริษัทฯ เช่น การควบรวมกิจการหรือการโอนสัญญาซึ่งได้กระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย

 

3. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

 

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ หลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่บริษัทฯ ดำเนินความสัมพันธ์กับท่านและให้บริการแก่ท่าน และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในองค์กรของบริษัทฯ

 

4. การเปิดเผยข้อมูล

 

ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายนี้ บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าให้แก่บุคคลภายนอกดังต่อไปนี้

 

  1. (1) บริษัทย่อย บริษัทในกลุ่ม และบริษัทในเครือ เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ การบริหารงานภายใน เสนอขายสินค้าและบริการอื่น ๆ ที่ท่านอาจสนใจ รวมถึงดำเนินกิจกรรมอื่นใดตามที่ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัว
  1. (2) ตัวแทน ผู้รับจ้าง/ผู้รับจ้างช่วง และ/หรือผู้ให้บริการสำหรับการดำเนินงานใด ๆ เช่น ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้ให้บริการเก็บและทำลายเอกสาร โรงพิมพ์ บริษัทรับจ้างทำกิจกรรมทางการตลาด สื่อโฆษณา บริษัทรับจ้างพัฒนาและดูแลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัทรับจ้างจัดหาที่พักและการเดินทาง ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินและระบบชำระเงิน ผู้ตรวจสอบบัญชี ทนายความ ที่ปรึกษากฎหมายและภาษี ที่ปรึกษาใด ๆ ผู้ให้บริการด้านงานบริการลูกค้าผ่านระบบ Call Center
  1. (3) พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ หรือบุคคลภายนอกตามความยินยอมจากท่าน หรือตามข้อกำหนดของสัญญา หรือตามข้อกำหนดของกฎหมาย แล้วแต่กรณี รวมถึงบริษัทผู้ผลิตหรือจำหน่ายรถยนต์ในฐานะที่บริษัทฯ เป็นผู้แทนจำหน่ายของบริษัทดังกล่าว บริษัทที่ให้บริการเช่าซื้อและบริษัทประกันภัย
  1. (4) หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงเจ้าพนักงานซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมาย
  1. (5) ผู้รับโอนสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ใด ๆ จากบริษัทฯ รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้รับโอนดังกล่าวให้ดำเนินการแทน เช่น กรณีปรับโครงสร้างองค์กร ควบรวมหรือซื้อกิจการ เป็นต้น

 

5. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

 

ในบางกรณี บริษัทฯ อาจมีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังฐานข้อมูลของบริษัทฯ ซึ่งดำเนินการและบริหารงานบน Cloud Servers ในต่างประเทศ ทั้งนี้ ในการส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าว บริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการการคุ้มครองและรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม และจะปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 

 

6. ฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

 

บริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นภายใต้ขอบเขตของนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ในกรณีต่อไปนี้

 

  • – เมื่อบริษัทฯ ได้รับความยินยอมจากท่าน สำหรับกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขอความยินยอม
  • – เพื่อดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญาหรือเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างท่านและบริษัทฯ
  • – เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  • – เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทฯ
  • – เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  • – เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัทฯ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อานาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัทฯ (ถ้ามี)

 

ในกรณีที่บริษัทฯ มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อนเสมอ เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ไม่ต้องขอความยินยอม

 

ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้างต้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อบริษัทฯ ในการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ ที่ใช้บังคับหรือการปฏิบัติตามสัญญา หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นดังกล่าว บริษัทฯ อาจมีความรับผิดตามกฎหมาย และ/หรือไม่สามารถจัดหาสินค้าและบริการให้ท่านได้ รวมทั้งอาจไม่สามารถบริหารหรือจัดการสัญญา หรืออำนวยความสะดวกให้กับท่านได้

 

7. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

 

ท่านมีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

  • 1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม

ท่านมีสิทธิขอเพิกถอนความยินยอมที่ให้ไว้แก่บริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน

ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ ก่อนหน้าแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย

  • 2. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทฯ รวมถึงขอให้บริษัทฯ เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม

  • 3. สิทธิในการให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่บริษัทฯ ได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้ โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัทฯ ได้ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นได้ตามที่กฎหมายกำหนด

  • 4. สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวกับท่านสำหรับกรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามที่กฎหมายกำหนด

  • 5. สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ด้วยเหตุตามที่กฎหมายกำหนด

  • 6. สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ระงับการใช้ข้อมูลของท่านด้วยเหตุตามที่กฎหมายกำหนด

  • 7. สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง

ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

  • 8. สิทธิในการร้องเรียน

ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เมื่อบริษัทฯ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้

 

8. มาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

 

บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมและเข้มงวดในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ

 

กรณีที่บริษัทฯ มอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัทฯ บริษัทฯ จะกำกับดูแลบุคคลดังกล่าวอย่างเหมาะสมเพื่อให้มั่นใจได้ว่าบุคคลดังกล่าวจะรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

 

9. รายละเอียดการติดต่อ

 

ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

 

บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด

สถานที่ติดต่อ:         29,29/9 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 27 ถ.ประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230

เบอร์โทรศัพท์ :        02-792-3000

 

10. การเข้าใช้งานเว็บไซต์อื่นผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ

 

เนื่องจากนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้สำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการและการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทฯ เท่านั้น หากท่านเข้าชมเว็บไซต์อื่นแม้จะผ่านช่องทางทางเว็บไซต์บริษัทฯ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ จะเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์นั้นซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทฯ

 

[ประกาศ ณ วันที่ 15 /05 /2020 ]